บทที่ 4
ผลการศึกษาและบูรณาการกับ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้
การศึกษาเกี่ยวกับ น้ำพริกตะไคร้
กลุ่มผู้ศึกษา สรุปผลการศึกษาดังนี้
1. ขั้นตอนจัดทำ มีขั้นตอนดังนี้
1.นำตะไคร้ ใบมะกรูดมาล้าง และ นำหอมกระเทียมมาปลอกเปลือกออก
2.นำส่วนผสมทุกอย่างมาโขลกให้เข้ากันและใส่กะปิและโขลกให้เข้ากัน
3.ตั้งกระทะและใส่น้ำมันพอประมาณแล้วนำส่วนผสมที่โขลกไว้ใส่ลงในกระทะแล้วผัด
4.ปรุงด้วยเกลือและตัดด้วยน้ำตาลผัดจนมีกลิ่นหอมแล้วบรรจุใส่ผลิตภัณฑ์ที่เตรียมไว้
2. ผลการประเมินความพึงพอใจการจัดทำโครงงาน และเป็นการประเมินด้านกระบวนการ
(P = Process)
คำชี้แจง กลุ่มนักเรียนร่วมกันประเมิน ใส่เครื่องหมาย / ในช่องที่เห็นว่าตรงกับความคิดเห็นของกลุ่มนักเรียน ระดับ 5 ความพึงพอใจมากที่สุด
ระดับ 4 ความพึงพอใจมาก
ระดับ 3 ความพึงพอใจปานกลาง
ระดับ 2 ความพึงพอใจน้อย
ระดับ 1 ความพึงพอใจ
ที่
|
รายการประเมินความพึงพอใจ
|
ระดับความพึงพอใจ
|
5
|
4
|
3
|
2
|
1
|
1
|
การรวมกลุ่มของนักเรียน
|
/
|
|
|
|
|
2
|
การร่วมกันสืบค้นข้อมูล
|
/
|
|
|
|
|
3
|
กระบวนการคิดสร้างสรรค์งาน
|
|
/
|
|
|
|
4
|
การแบ่งหน้าที่การทำงานในกลุ่ม
|
|
|
/
|
|
|
5
|
การจัดทำเอกสาร
|
|
/
|
|
|
|
รวม (กี่ข้อ)
|
2
|
2
|
1
|
|
|
ใส่เลขที่ถูกเลือกซ้ำมากที่สุด
|
5
|
ความพึงพอใจของเลขที่ถูกเลือกคือ
|
มีความพึงพอใจมาก
|
3. ผลการประเมินของผู้ปกครอง
ผลการประเมินด้านคุณธรรมจริยธรรม หรือเจตคติ โดยพิจารณา
จากการตั้งในทำงาน การมีวินัย ความรับผิดชอบในการทำของนักเรียน
มีผลการประเมินของผู้ปกครอง ดังนี้
ที่
|
รายการประเมินความพึงพอใจ
|
ระดับความพึงพอใจ
|
5
|
4
|
3
|
2
|
1
|
1
|
การตั้งใจทำงาน
|
|
/
|
|
|
|
2
|
การขออนุญาตผู้ปกครองไปทำกิจกรรม
|
/
|
|
|
|
|
3
|
กลับบ้านตรงเวลา
|
/
|
|
|
|
|
4
|
การมีวินัย
|
/
|
|
|
|
|
5
|
ทำกิจกรรมแล้วเก็บสิ่งของให้เรียบร้อย
|
|
/
|
|
|
|
รวม (กี่ข้อ)
|
3
|
2
|
|
|
|
ใส่เลขที่ถูกเลือกซ้ำมากที่สุด
|
5
|
ความพึงพอใจของเลขที่ถูกเลือกคือ
|
มีความพึงพอใจมาก
|
4.1 วิชาคณิตศาสตร์
เรื่อง น้ำพริกสารพัดนึก
คำสั่ง ให้นักเรียนหาชื่อน้ำพริกและรูปภาพพร้อมเขียนเซต
ชื่อน้ำพริกตะไคร้
เครื่องปรุงและขั้นตอนการทำน้ำพริก
ตะไคร้ , ปลาทู , พริกแห้ง , กะปิ , ใบมะกรูด , หัวหอมแดง , เกลือ , กระเทียม , น้ำตาล
วิธีการทำ
1.นำตะไคร้ ใบมะกรูดมาล้าง และ นำหอมกระเทียมมาปลอกเปลือก
2.นำส่วนผสมทุกอย่างมาโขลกให้เข้ากันและใส่กะปิและโขลกให้เข้ากัน
3.ตั้งกระทะและใส่น้ำมันพอประมาณแล้วนำส่วนผสมที่โขลกไว้ใส่ลงในกระทะแล้วผัด
4.ปรุงด้วยเกลือและตัดด้วยน้ำตาลผัดจนมีกลิ่นหอมแล้วบรรจุใส่ผลิตภัณฑ์ที่เตรียมไว้
เซตของเครื่องปรุงน้ำพริก ( เขียนเซตแบบแจกแจงสมาชิก )
เครื่องปรุงของน้ำพริก =
{ ตะไคร้,พริกแห้ง,หัวหอมแดง ,กระเทียม,ปลาทู ,กะปิ ,เกลือ ,น้ำตาล , ใบมะกรูด,น้ำมันพืช }
( 28 )
4.2 วิทยาศาสตร์
1.วิชาเคมี
ธาตุและสารประกอบในน้ำพริก ( สารอาหาร )
ชื่อธาตุหรือสารประกอบ
|
สูตรทางเคมี
|
ส่วนผสมที่พบในน้ำพริก
|
ประโยชน์
|
capsaicinoids
|
C17 H25 N O3
|
พริก
|
พริก...ช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด ช่วยให้ระบบการหายใจสะดวกสบายยิ่งขึ้น
|
วิตามินซี
|
C6H8O6
|
พบได้ทั่วไปในพืช และผลไม้ทุกชนิด
|
เป็นสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
|
น้ำพริกตะไคร้
ส่วนผสม/เครื่องปรุง
ตะไคร้ 100 กรัม น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
พริกแห้ง 50 กรัม ใบมะกรูด 30 กรัม
หัวหอมแดง 20 กรัม น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 20 กรัม
ปลาทู 3 เข่ง
กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ ½ ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1.นำตะไคร้ ใบมะกรูดมาล้าง และ นำหอมกระเทียมมาปลอกเปลือก
2.นำส่วนผสมทุกอย่างมาโขลกให้เข้ากันและใส่กะปิและโขลกให้เข้ากัน
3.ตั้งกระทะและใส่น้ำมันพอประมาณแล้วนำส่วนผสมที่โขลกไว้ใส่ลงในกระทะแล้วผัด
4.ปรุงด้วยเกลือและตัดด้วยน้ำตาลผัดจนมีกลิ่นหอมแล้วบรรจุใส่ผลิตภัณฑ์ที่เตรียมไว้
2.วิชาฟิสิกส์
วัตถุดิบ
|
ปริมาตร (กรัม)
|
ตะไคร้
|
50
|
พริกแห้ง
|
20
|
หอมแดง
|
30
|
กระเทียม
|
30
|
ใบมะกรูด
|
10
|
ปลาทู
|
60
|
น้ำตาล
|
0.5
|
เกลือ
|
0.2
|
3.วิชาชีววิทยา
น้ำพริกตะไคร้ให้สารอาหารประเภท
พริก คือ ส่วนประกอบที่สำคัญในการทำน้ำพริก พริกทุกชนิดมีสารแคปไซซิน ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติในการป้องกันความชรา และยังมีเบต้าแคโรทีนและวิตามินซีสูง ต้านอนุมูลอิสระ
หอมแดง กระเทียม จะมีเซเลเนียม ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และมีโปรเตสเซียมเยอะ ทางการแพทย์ระบุว่ามีคุณสมบัติช่วยให้เซลล์แข็งแรง และยังจะได้น้ำมันจากกระเทียมซึ่งเป็นสารแอนตี้เซปติก ช่วยป้องกันการติดเชื้อและลดไขมันในเส้นเลือด
ในมะเขือพวง จะมีเส้นใยสูง ป้องกันท้องผูก และยังมี ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ส่วนประกอบของพริกแกงมีสารต้านมะเร็ง ส่วนขมิ้นมีสารเคอมิวมิน กรดเฟอลิกฟลาโรวอยด์ เป็นสารต้านมะเร็งและที่ขาดไม่ได้ คือ กะปิ มีวิตามินบี 12 ช่วยสร้างเม็ดเลือด และแคลเซียมสูงกว่านมวัว 15 เท่า (น้ำพริก 1 ถ้วย ใช้กะปิ 20-30 กรัม ให้แคลเซียม 500 ม.ก.) นอกจากนี้ กะปิยังให้โซเดียมโปรเตสเซียมและไอโอดีน
4.3 วิชาสังคมศึกษา
ความเป็นมาของน้ำพริกตะไคร้

ลักษณะที่โดดเด่นของน้ำพริกตะไคร้ คือ วัตถุดิบที่นำมาทำน้ำพริกตะไคร้ ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพร ซึ่งเมื่อรับประทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่
๑. ตะไคร้ มีสรรพคุณ บำรุงธาตุ บำรุงสมอง ขับลมในลำไส้ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ แก้โรคหืด และช่วยให้สมาธิดี
๒. พริกแห้ง มีสรรพคุณ ช่วยให้เจริญอาหาร ลดเสมหะ ไล่แก๊สในกระเพาะอาหาร และขับปัสสาวะ
๓. กระเทียม มีสรรพคุณ ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ รักษาแผลสด แก้โรคผิวหนัง แก้ปวดหัว
๔. หอมแดง มีสรรพคุณ ขับลมในลำไส้ แก้หวัดคัดมูก แก้ท้องผูก แก้กำเดา แก้ฟกช้ำ
๔. มะขามเปียก มีสรรพคุณ ลดความดัน แก้ท้องผูก แก้หวัด แก้ไอ ขับเสมหะ
๕. กะปิ มีสรรพคุณ แก้กระดูกพรุน
๖. ปลาทู มีแคลเซียมสูง บำรุงกระดูก
ประวัติของน้ำพริก
คนในสมัยก่อนนิยมรับประทานสัตว์น้ำมากกว่าสัตว์บก จึงอาจคิดค้นน้ำพริกขึ้น เพื่อเพิ่มรสชาติและดับกลิ่นคาวต่าง ๆ น้ำพริก ถูกใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารต่าง ๆ หรือใช้ในการรับประทาน เป็นกับข้าว ก็ได้ และยังได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สำหรับน้ำพริก แบบที่ใช้เป็นเครื่องปรุงส่วนผสมนั้น เกิดขึ้นเพราะอาหารไทยจำพวกแกง จำเป็นที่จะต้องมี
ส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการทำที่ค่อนข้างซับซ้อน ผู้ปรุงจึงคิดทำน้ำพริกขึ้น เพื่อรวบรวมส่วนผสมต่าง ๆ นั้นเข้าด้วยกัน เป็นการลดขั้นตอนการปรุงลง และยังสามารถทำเก็บไว้ได้ในจำนวนมาก บันทึกทูตฝรั่งเศสครั้งสมเด็จพระนารายณ์ บอกว่า คนไทยทั่วๆไปกินข้าวกับผลไม้ และปลาเค็มเล็กน้อย ไม่มีการเอ่ยถึงพริก บันทึกทูตฝรั่งเศสระบุว่าเมื่อเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน)เดินทางไปฝรั่งเศสได้นำปลาร้าไปด้วย จึงสันนิษฐานว่า คนไทยน่าจะเริ่มรู้จักทำน้ำพริก ราวปลายกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากเดิมเรากินปลาเป็นพื้น เลี้ยงไก่ก็เอาไว้กินไข่ น่าจะเพราะศีลข้อ ๑ ของพุทธศาสนา บอกให้ไม่ฆ่าสัตว์ การฆ่าสัตว์ใหญ่จึงเป็นเรื่องต้องทำใจมาก การกินหมูและวัว เป็นเรื่องของคนจีนและฝรั่งนำความนิยมนั้นเข้ามา วงวิชาการ สันนิษฐานว่าพริก ซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองของอเมริกาใต้ น่าจะเข้ามาสู่ภูมิภาคนี้กับเรือของพวกโปรตุเกส ซึ่งในเมืองไทยคือ สมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ ก่อนสมเด็จพระนารายณ์ไม่นานนัก
ความหลากหลายของน้ำพริก น้ำพริกทางภาคใต้เรียกว่าน้ำชุบ องค์ประกอบหลักคือ พริก หอมและกะปิ ถ้าผสมให้เข้ากันด้วยมือเรียกน้ำชุบหยำหรือน้ำชุบโจร ถ้าตำให้เข้ากันเรียกน้ำชุบเยาะ ถ้าตำแล้วผัดให้สุกเรียกว่าน้ำชุบผัดหรือน้ำชุบคั่วเคี่ยว น้ำชุบของภาคใต้นี้กินกับผักหลายชนิดทั้งผักสดและผักลวก
น้ำพริกภาคเหนือ เครื่องปรุงทุกอย่างต้องย่างหรือเผาให้สุกก่อน ปรุงรสด้วยเกลือเป็นหลัก น้ำพริกภาคอีสาน ที่สำคัญมีสามอย่างคือ ป่น เป็นน้ำพริกที่ประกอบด้วยพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม โขลกผสมกับปลา เห็ด หรือเนื้อสัตว์อื่น ใส่น้ำปลาร้า ลักษณะค่อนข้างข้นเพื่อให้จิ้มผัก
- แจ่ว เป็นน้ำพริกพื้นฐานของภาคอีสาน ส่วนผสมหลักคือน้ำปลาร้าผสมกับพริก ใช้จิ้มทั้งผักและเนื้อสัตว์ ต่อมาจึงเพิ่มเครื่องปรุงอื่นเพื่อดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ เช่น หอม กระเทียม ข่า ตะไคร้
- ซุบ เป็นอาหารที่พัฒนามาจากแจ่ว โดยมาจากคำว่า ชุบ ซึ่งหมายถึงจุ่มหรือจิ้ม มาจากการที่นำผักที่ใช้จิ้มแจ่วมาผสมลงในแจ่ว แล้วเติมข้าวคั่ว
- หากเอ่ยถึงน้ำพริกหลายคนคงจะรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี และเป็นอาหารหลักของคนภูเก็ต เพราะเป็นอาหารที่ช่วยชูรสชาติอาหารในแต่ละมื้อให้อร่อยมากยิ่งขึ้น ซึ่งน้ำพริกตะไคร้ก็เป็นอาหารอีกอย่างหนึ่งของคนภูเก็ต ที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษอย่างยาวนาน ซึ่งมีเรื่องเล่าขานกันว่าในหมู่บ้านศรีสุนทรพัฒนามีสอง
- ตายายปลูกตะไคร้ไว้ และมีความคิดจะนำตะไคร้มาทำเป็นอาหารรับประทาน ก็เลยนำมาทดลองทำเป็นน้ำพริกตะไคร้ไว้กินกับข้าว ชิมดูแล้วมีรสชาติอร่อย จึงทำเป็นอาหารรับประทานเรื่อยมา พร้อมทั้งได้แจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้านได้รับประทานด้วย และคนในหมู่บ้านเห็นว่าตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และมีสรรพคุณแก้ปวดหัว แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และแก้จุกเสียดได้ จึงได้ใช้ทำเป็นอาหารรับประทานเรื่อยมา
จนกระทั่งในปี ๒๕๔๗ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรศรีสุนทรพัฒนา หมู่ที่ ๕ ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง ได้นำภูมิปัญญาการทำน้ำพริกตะไคร้มาพัฒนาให้มีรสชาติอร่อยและมีประโยชน์มากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มวัตถุดิบที่มีอยู่ในหมู่บ้านเข้าไปอีก ๑ อย่าง คือ ปลาทู ซึ่งมีโปรตีนและแคลเซียมสูง จึงทำเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ขายในหมู่บ้าน ในอำเภอถลาง ในจังหวัดภูเก็ต และนำไปออกบูธขายในงานเทศกาลต่างจังหวัด และในปี ๒๕๕๓ ได้ลงทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP และส่งผลิตภัณฑ์น้ำพริกตะไคร้เข้าคัดสรร ได้ระดับ ๕ ดาว
4.4 ภาษาไทย
การเขียนเรียงความ
เรียงความ เรื่องน้ำพริกตะไคร้
ความเป็นอยู่ของคนเราในปัจจุบันนี้จะมีส่วนน้อยมากที่จะเห็นชีวิตความเป็นอยู่แบบเรียบง่ายเหมือนในอดีตบางคนไม่รู่จักด้วยซ้ำว่าทำไมน้ำพริกที่เรากินอยู่นั้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ทุกคนจะเห็นว่าจะมีรสชาติเผ็ดและคำว่าน้ำพริกที่เราจะกล่าวถึงนี้นับว่าคนไทยก็รู้จักเป็นอย่างดี
น้ำพริกมีที่มามาจากคนในสมัยก่อนนิยมรับประทานสัตว์น้ำมากกว่าสัตว์บก จึงอาจคิดค้นน้ำพริกขึ้น เพื่อเพิ่มรสชาติและดับกลิ่นคาวต่าง ๆ น้ำพริก ถูกใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารต่าง ๆ หรือใช้ในการรับประทาน เป็นกับข้าว ก็ได้ และยังได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สำหรับน้ำพริก แบบที่ใช้เป็นเครื่องปรุงส่วนผสมนั้น เกิดขึ้นเพราะอาหารไทยจำพวกแกง จำเป็นที่จะต้องมีส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการทำที่ค่อนข้างซับซ้อน ผู้นั้นปรุงจึงคิดทำน้ำพริกขึ้น เพื่อรวบรวมส่วนผสมต่าง ๆ นั้นเข้าด้วยกัน เป็นการลดขั้นตอนการปรุงลง และยังสามารถทำเก็บไว้ได้ในจำนวนมากและก็ขอยกตัวอย่างการทำพริกที่พวกเราได้จัดทำคือน้ำพริกตะไคร้กรรมวิธีในการทำน้ำพริกตะไคร้ก็มีดังนี้1.มีเครื่องปรุงในการทำ คือ ตะไคร้,พริกแห้ง,หัวหอมแดง ,กระเทียม,ปลาทู ,กะปิ ,เกลือ ,น้ำตาล , ใบมะกรูด,น้ำมันพืช ส่วนขั้นตอนในการทำก็มีดังนี้ขั้นตอน เริ่มแรกนำตะไคร้ ใบมะกรูดมาล้าง และ นำหอมกระเทียมมาปลอกเปลือกแล้วก็นำส่วนผสมทุกอย่างมาโขลกให้เข้ากันแล้วใส่กะปิและโขลกให้เข้ากันหลังจากนั้นตั้งกระทะและใส่น้ำมันพอประมาณแล้วนำส่วนผสมที่โขลกไว้ใส่ลงในกระทะแล้วผัดจนมีกลิ่นหอมโชยชวนแล้วปรุงรสด้วยเกลือและตัดด้วยน้ำตาลผัดจนมีกลิ่นหอมแล้วบรรจุใส่ผลิตภัณฑ์ที่เตรียมไว้เมื่อรับประทานได้กับผักทุกชนิดเช่น แตงกวา, ถั่วฝักยาว,มะเขือ,ผักกาด เป็นต้นประโยชน์ของน้ำพริกตะไคร้นั้นมีมากมายสาพัดประโยชน์ เช่นตะไคร้ มีสรรพคุณช่วย บำรุงธาตุ บำรุงสมอง ขับลมในลำไส้ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ แก้โรคหืด และช่วยให้สมาธิดี พริกแห้งก็มีสรรพคุณให้ช่วยในการเจริญอาหาส่วน กระเทียมนั้นก็ มีสรรพคุณ ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ รักษาแผลสด แก้โรคผิวหนัง ดังนั้นที่น้ำพริกที่เราได้จัดทำขึ้นนั้นมีประโยชน์สรรพคุณมากมาย
ดังนั้นน้ำพริกจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องรักษาน้ำพริกซึ่งมีความแตกต่างกันไปและน้ำพริกของเราสามารถนำมาประกอบอาชีพและขอเชิญชวนให้คนไทยหันมานิยมรับน้ำพริกที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยเพราะน้ำพริกสื่อถึงเอกลักษณ์ของไทยและมีรสชาติที่เผ็ดร้อนซึ่งคนนิยมรับประทาน
4.5 วิชาภาษาอังกฤษ
ใบงาน
4.6 วิชาศิลปะ
ชื่อเพลง ... กินน้ำพริกกันไหม
ไปศรีธานีกันไหม จะไปก็รีบไป ไปกับฉันแล้วสบาย เดี๋ยวจะพาไปกินน้ำพริก
พริก พริก พริก พริก ตัวพี่ชอบกินกับอะไร ส่วนตัวน้องนั้นกินกับแตงไทย กินมั่ว กินตั่ว กินแตง ตำพริกทำแกงนั้นตำทำไม พริกตะไคร้น้องสนใจไหม พริกหมู พริกไก่ อยากให้พี่กินพริก
พริก พริก พริก พริก อู้ฮู้...( ดนตรี)
ตัวฉันชอบกินข้าวกับ เฮ้ย ตัวฉันชอบกินกับข้าว กินข้าวมาตั้งแต่เด็ก ถ้าเลิกกินข้าวพี่คงเข้าใจ ของหวาน ของมัน ของคาว ไม่อ้าวไม่เอาฉันสะบัดก้นใส่ ถ้าเป็นพริกแล้วฉันยอมตาย ๆ
ก่อนทำอะไรต้องได้กินพริก พริก พริก พริก พริก
*ไปศรีธานีกันไหม จะไปก็รีบไป ไปกับฉันแล้วสบาย เดี๋ยวจะพาไปกินน้ำพริก
พริก พริก พริก พริก พริก พริก พริก พริก
(ดนตรี).. พริก พริก พริก พริก พริก พริก พริก พริก พริก พริก พริก พริก พริก พริก พริก
แฮน้ำลายหกสิท่า ไม่ทานไม่ลองไม่รู้ พริกตะไคร้ของดีพี่จะติดใจ ไม่ต้องเหนื่อยเพราะพี่ทำให้
ฝีมือน้องนี้ไม่เหมือนของใคร รับลองอร่อยแน่ๆ ขนาดคุณยายยังต้องกินน้ำพริก พริก พริก พริก พริก กินได้ทุกเพศทุกวัย ขอให้บอกกันเดี๋ยวฉันทำให้ คนอื่นขอกินไม่ให้ ให้กรรมการชิมได้ทุกคน โอ้ยอร่อยจังฮู้... ไปศรีธานีกันไหม เดี๋ยวจะพาไปกินน้ำพริก
4.7 วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา
ม.4/3 กลุ่มที่ 1/45
รายวิชา : สุขศึกษาและพลศึกษา รหัสวิชา พ31202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนโนนสูงศรีธานี
ผู้สอน : นายศิริศักดิ์ ภักดียา
เรื่อง อาหารกับการวางแผนดูแลสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัว
คำสั่ง ให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง แล้วตอบคำถาม และเขียนแผนผัง ต่อไปนี้
1.อาหาร คือ สิ่งที่มนุษย์กิน ดื่มหรือรับเข้าร่างกายโดยไม่มีพิษแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายช่วยซ่อมแซมอวัยวะส่วนที่สึกหรอและทำให้กระบวนการต่างๆ ในร่างกายดำเนินการไปอย่างปกติซึ่งรวมถึงนำด้วย
2.แผนผังความคิด เรื่อง อาหาร 5 หมู่
สารอาหารที่ได้
คาร์โบไฮเดรต
|
หมู่ที่ 1 ได้แก่ ไข่,นม,ถั่ว,ปลา
เนื้อสัตว์ต่างๆ
|
หมู่ที่ 2 ได้แก่ น้ำตาล,แป้ง,มัน,เผือก,มันข้าวโพด
|
หมู่ที่ 3 ได้แก่ มะพร้าว,น้ำมันถั่วเหลือง
|
หมู่ที่ 4 ได้แก่ พบได้ในผักทุกชนิด
|
หมู่ที่ 5 ได้แก่ พบได้ในผักและผลไม้ทุกชนิด
|
รายวิชา
: สุขศึกษาและพลศึกษา รหัสวิชา พ31202 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนโนนสูงศรีธานี
ผู้สอน : นายศิริศักดิ์ ภักดียา
เรื่อง อาหารท้องถิ่นกับการวางแผนดูแลสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัว
คำสั่ง ให้นักเรียนสัมภาษณ์ ปราชญ์ชุมชนที่นักเรียนอาศัยอยู่ เกี่ยวกับเมนูอาหารท้องถิ่นนักเรียน 1 เมนู ดังนี้
1. ปราชญ์ / วิทยาการ
ชื่อ นางสมอักษร ชนะชัยตระกูล
ที่อยู่ บ้านเพิ่ม บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ ตำบล โนนสูง
อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา
2.ชื่อเมนูอาหาร น้ำพริกตะไคร้
บทสัมภาษณ์โดยสรุป ดังนั้นน้ำพริกจึงเป็นอาหารของคนไทยที่นิยมนำมาประกอบอาหาร ซึ่งน้ำพริกแต่ละชนิดจะแตกต่างกันออกไปแล้วแต่จังหวัด น้ำพริกอาจเป็นสิ่งหนึ่งของการประกอบอาชีพได้ สิ่งสำคัญของน้ำพริกคือมีรสชาติที่เผ็ดร้อน จัดจ้านและอร่อย
3.ส่วนประกอบอาหาร
3.1พริกแห้ง หมู่ 4 สารอาหารที่ได้รับ วิตามิน
3.2 ปลาทู หมู่ 1 สารอาหารที่ได้รับ โปรตีน
3.3 ตะไคร้ หมู่ 4 สารอาหารที่ได้รับ วิตามิน
3.4 ใบมะกรูด หมู่ 4 สารอาหารที่ได้รับ วิตามิน
3.5 กระเทียม หมู่ 4 สารอาหารที่ได้รับ วิตามิน
3.6 น้ำตาล หมู่ 2 สารอาหารที่ได้รับ คาร์โบไฮเดรต
4. วิเคราะห์ประโยชน์ทางโภชนาการต่อร่างกายพริกขี้หนู อาหารที่ปรุงด้วยพริก เมื่อรับประทานจะทำให้น้ำลายออกมามาก ทำให้เอนไซม์ในน้ำลายย่อยแป้งได้มากขึ้นจึงทำให้รู้สึกรสชาติ