บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
การศึกษาเกี่ยวกับ น้ำพริกตะไคร้
กลุ่มผู้ศึกษา ได้ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำโครงงานดังนี้ โดยมีข้อมูลที่ครูสอนในวิชาที่บูรณาการจำนวน 8 วิชา โดยสรุปดังนี้
1. วิชาคณิตศาสตร์
เซต ( Sets)
ในวิชาคณิตศาสตร์ใช้คำว่า “เซต” ในการกล่าวถึงกลุ่มของสิ่งต่าง ๆ และเมื่อกล่าวถึงกลุ่มใดแล้วสามารถทราบได้แน่นอนว่าสิ่งใดอยู่ในกลุ่มและสิ่งใดไม่อยู่ในกลุ่ม เช่น เซตของเครื่องปรุงน้ำพริกตะไคร้
{ ตะไคร้,ปลาทู,ใบมะกรูด,พริกแห้ง,กะปิ,หัวหอมแดง,เกลือ,กระเทียม,น้ำตาล }
2. วิทยาศาสตร์
1. วิชาเคมี
สารที่มีรสเผ็ด
ในพริกนั้นมีสารที่สำคัญคือ Capsaicin นอกจากนั้นยังมีสารอื่นๆที่ให้ความเผ็ดอีก คือ Dihydrocapsaicin, Nordihydrocapsaicin, Homodihydrocapsaicinและ Homocapsaicin
สาร Capsaicin นี้ ถูกค้นพบในรูปผลึกบริสุทธิ์โดย พี เอ บุชธอลซ์ ต่อมา แอล ที เทรชศึกษาสารนี้และให้ชื่อว่า Capsaicin มีสูตรทางเคมีคือ C18H27NO3 ซึ่งมีฤทธิ์ระคายเคืองต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยทำให้ประสาทรับความรู้สึกไหม้ที่เนื้อเยื่อ กระตุ้นการผลิตเมือกออกมาป้องกันการระคายเคืองและกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยย พืชจำพวกพริกนี้จะผลิตสารนี้ออกมาเพื่อป้องกันการถูกบริโภคโดยสัตว์กินพืช โดยสารนี้จะพบในเนื้อเยื่อของผลพริก มากกว่าในเมล็ด
กลุ่มของสารเคมี Capsaicinoid ได้แก่
1. Capsaicin
2. Dihydrocapsaicin
3. Nordihydrocapsaicin
4. Homodihydrocapsaicin
5. Homocapsaicin
2.ชีววิทยา
พริก
ลักษณะทั่วไป: พริกเป็นพืชที่มีอายุได้หลายฤดู ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 1-1.25 ฟุต ใบแบน เรียบเป็นมัน ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดเล็ก กลีบดอกจะมีสีขาว
หรือสีม่วง เกสรตัวผู้ 1-10 อัน เกสรตัวเมีย 1-2 อัน ผลหลายขนาด ผลขนาดเล็กยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว ลูกอ่อนสีเขียวเข้ม เมื่อแก่เป็นสีแดง การปลูกพริก ชอบดินร่วนซุย และอากาศร้อน |
การขยายพันธุ์: โดยการเพาะเมล็ด
|
ประโยชน์: ยอดอ่อนรับประทาน โดยลวกเป็นผักแกล้มน้ำพริก หรือนำไปปรุงอาหารประเภทแกงจืด แกงเลียง มีสรรพคุณทางยาขับลม ขับปัสสาวะ
|
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
|
พริกเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลโซลานาซีอี (Solanaceae) ซึ่งอยู่ในตระกูลเดียวกันกับมะเขือ มันฝรั่ง และยาสูบพืชในตระกูลนี้มีอยู่ประมาณ 90 สกุล (Genus)
|
หรือ 2,000 ชนิด (Species) โดยทั่วไปเป็นได้ทั้งพืชล้มลุก ไม้พุ่ม และไม้ยืนต้นขนาดเล็กซึ่งกระจายอยู่ทั่วไปของโลก สำหรับพริกจัดอยู่ในสกุล Capsicum
|
( 5 )
3.วิชาฟิสิกส์
วัตถุดิบ
|
ปริมาตร (กรัม)
|
ตะไคร้
|
50
|
พริกแห้ง
|
20
|
หอมแดง
|
30
|
กระเทียม
|
30
|
ใบมะกรูด
|
10
|
ปลาทู
|
60
|
น้ำตาล
|
0.5
|
เกลือ
|
0.2
|
3.วิชาสังคมศึกษา
น้ำพริก
น้ำพริก เป็น อาหารไทยประเภทเครื่องจิ้มชนิดหนึ่ง ส่วมใหญ่ใช้รับประทานคู่กับผัก ที่มีส่วนประกอบสำคัญคือ พริก ที่ต้องตำละเอียด มีอยู่หลายอย่างเรียกตามส่วนประกอบที่ใส่ลงไป น้ำพริกยังเป็นผลิตภัณฑ์ส่งขายออกนอกประเทศด้วย โดยน้ำพริกแม่ศรีเป็นผู้จำหน่ายแรก เริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517
ประวัติของน้ำพริก
คนในสมัยก่อนนิยมรับประทานสัตว์น้ำมากกว่าสัตว์บก จึงอาจคิดค้นน้ำพริกขึ้น เพื่อเพิ่มรสชาติและดับกลิ่นคาวต่าง ๆ น้ำพริก ถูกใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารต่าง ๆ หรือใช้ในการรับประทาน เป็นกับข้าว ก็ได้ และยังได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สำหรับน้ำพริก แบบที่ใช้เป็นเครื่องปรุงส่วนผสมนั้น เกิดขึ้นเพราะอาหารไทยจำพวกแกง จำเป็นที่จะต้องมีส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการทำที่ค่อนข้างซับซ้อน ผู้ปรุงจึงคิดทำน้ำพริกขึ้น เพื่อรวบรวมส่วนผสมต่าง ๆ นั้นเข้าด้วยกัน เป็นการลดขั้นตอนการปรุงลง และยังสามารถทำเก็บไว้ได้ในจำนวนมาก บันทึกทูตฝรั่งเศสครั้งสมเด็จพระนารายณ์ บอกว่า คนไทยทั่วๆไปกินข้าวกับผลไม้
และปลาเค็มเล็กน้อย ไม่มีการเอ่ยถึงพริก บันทึกทูตฝรั่งเศสระบุว่าเมื่อเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน)เดินทางไปฝรั่งเศสได้นำปลาร้าไปด้วย จึงสันนิษฐานว่า คนไทยน่าจะเริ่มรู้จักทำน้ำพริก ราวปลายกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากเดิมเรากินปลาเป็นพื้น เลี้ยงไก่ก็เอาไว้กินไข่ น่าจะเพราะศีลข้อ ๑ ของพุทธศาสนา บอกให้ไม่ฆ่าสัตว์ การฆ่าสัตว์ใหญ่จึงเป็นเรื่องต้องทำใจมาก การกินหมูและวัว เป็นเรื่องของคนจีนและฝรั่งนำความนิยมนั้นเข้ามา วงวิชาการ สันนิษฐานว่าพริก ซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองของอเมริกาใต้ น่าจะเข้ามาสู่ภูมิภาคนี้กับเรือของพวกโปรตุเกส ซึ่งในเมืองไทยคือ สมัยสมเด็จพระเอกาทศรถ ก่อนสมเด็จพระนารายณ์ไม่นานนัก
ความหลากหลายของน้ำพริก
น้ำพริกทางภาคใต้เรียกว่าน้ำชุบ องค์ประกอบหลักคือ พริก หอมและกะปิ ถ้าผสมให้เข้ากันด้วยมือเรียกน้ำชุบหยำหรือน้ำชุบโจร ถ้าตำให้เข้ากันเรียกน้ำชุบเยาะ ถ้าตำแล้วผัดให้สุกเรียกว่าน้ำชุบผัดหรือน้ำชุบคั่วเคี่ยว น้ำชุบของภาคใต้นี้กินกับผักหลายชนิดทั้งผักสดและผักลวก
น้ำพริกภาคเหนือ เครื่องปรุงทุกอย่างต้องย่างหรือเผาให้สุกก่อน ปรุงรสด้วยเกลือเป็นหลัก น้ำพริกภาคอีสาน ที่สำคัญมีสามอย่างคือ ป่น เป็นน้ำพริกที่ประกอบด้วยพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม โขลกผสมกับปลา เห็ด หรือเนื้อสัตว์อื่น ใส่น้ำปลาร้า ลักษณะค่อนข้างข้นเพื่อให้จิ้มผัก
- แจ่ว เป็นน้ำพริกพื้นฐานของภาคอีสาน ส่วนผสมหลักคือน้ำปลาร้าผสมกับพริก ใช้จิ้มทั้งผักและเนื้อสัตว์ ต่อมาจึงเพิ่มเครื่องปรุงอื่นเพื่อดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ เช่น หอม กระเทียม ข่า ตะไคร้
- ซุบ เป็นอาหารที่พัฒนามาจากแจ่ว โดยมาจากคำว่า ชุบ ซึ่งหมายถึงจุ่มหรือจิ้ม มาจากการที่นำผักที่ใช้จิ้มแจ่วมาผสมลงในแจ่ว แล้วเติมข้าวคั่ว
- หากเอ่ยถึงน้ำพริกหลายคนคงจะรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี และเป็นอาหารหลักของคนภูเก็ต เพราะเป็นอาหารที่ช่วยชูรสชาติอาหารในแต่ละมื้อให้อร่อยมากยิ่งขึ้น ซึ่งน้ำพริกตะไคร้ก็เป็นอาหารอีกอย่างหนึ่งของคนภูเก็ต ที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษอย่างยาวนาน ซึ่งมีเรื่องเล่าขานกันว่าในหมู่บ้านศรีสุนทรพัฒนามีสอง
( 7 )
- ตายายปลูกตะไคร้ไว้ และมีความคิดจะนำตะไคร้มาทำเป็นอาหารรับประทาน ก็เลยนำมาทดลองทำเป็นน้ำพริกตะไคร้ไว้กินกับข้าว ชิมดูแล้วมีรสชาติอร่อย จึงทำเป็นอาหารรับประทานเรื่อยมา พร้อมทั้งได้แจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้านได้รับประทานด้วย และคนในหมู่บ้านเห็นว่าตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และมีสรรพคุณแก้ปวดหัว แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และแก้จุกเสียดได้ จึงได้ใช้ทำเป็นอาหารรับประทานเรื่อยมา
จนกระทั่งในปี ๒๕๔๗ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรศรีสุนทรพัฒนา หมู่ที่ ๕ ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง ได้นำภูมิปัญญาการทำน้ำพริกตะไคร้มาพัฒนาให้มีรสชาติอร่อยและมีประโยชน์มากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มวัตถุดิบที่มีอยู่ในหมู่บ้านเข้าไปอีก ๑ อย่าง คือ ปลาทู ซึ่งมีโปรตีนและแคลเซียมสูง จึงทำเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ขายในหมู่บ้าน ในอำเภอถลาง ในจังหวัดภูเก็ต และนำไปออกบูธขายในงานเทศกาลต่างจังหวัด และในปี ๒๕๕๓ ได้ลงทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP และส่งผลิตภัณฑ์น้ำพริกตะไคร้เข้าคัดสรร ได้ระดับ ๕ ดาว
ความเป็นมาของน้ำพริกตะไคร้
ลักษณะที่โดดเด่นของน้ำพริกตะไคร้ คือ วัตถุดิบที่นำมาทำน้ำพริกตะไคร้ ส่วนใหญ่เป็นสมุนไพร ซึ่งเมื่อรับประทานแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่
๑. ตะไคร้ มีสรรพคุณ บำรุงธาตุ บำรุงสมอง ขับลมในลำไส้ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ แก้โรคหืด และช่วยให้สมาธิดี
๓. กระเทียม มีสรรพคุณ ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ รักษาแผลสด แก้โรคผิวหนัง แก้ปวดหัว
๔. หอมแดง มีสรรพคุณ ขับลมในลำไส้ แก้หวัดคัดมูก แก้ท้องผูก แก้กำเดา แก้ฟกช้ำ
๔. มะขามเปียก มีสรรพคุณ ลดความดัน แก้ท้องผูก แก้หวัด แก้ไอ ขับเสมหะ
๕. กะปิ มีสรรพคุณ แก้กระดูกพรุน
๖. ปลาทู มีแคลเซียมสูง บำรุงกระดูก
4. ภาษาไทย
คำนำ
เป็นส่วนแรกของเรียงความ ทำหน้าที่เปิดประเด็น ดึงดูดความสนใจ พิถีพิถัน คำนึงถึงเรื่องที่ตนจะเขียน เน้นศิลปะในการใช้ภาษา
การเขียนคำนำ ควรยึดแนวทางต่อไปนี้ - ไม่ยืดยาด เยิ่นเย้อ
- ไม่ควรกล่าวถึงสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง
- ไม่ควรซ้ำกับส่วนสรุปหรือความลงท้าย
- อาจหาคำคม สำนวน สุภาษิต หรือบทกวีที่ไพเราะและเกี่ยวกับเนื้อเรื่องมาเป็นคำนำก็ได้
เนื้อเรื่อง
เป็นส่วนสำคัญและยาวที่สุดของเรียงความ ประกอบด้วย ความรู้ ความคิด และข้อมูลที่ผู้เขียนค้นคว้า และเรียบเรียงอย่างเป็นระบบ ระเบียบ การเขียนเนื้อเรื่องเป็นการขยายความในประเด็นต่าง ๆ ตามโครงเรื่องที่วางไว้ล่วงหน้าแล้ว ในการเขียนอาจมีการยกตัวอย่าง การอธิบาย การพรรณนา หรือยกโวหารต่าง ๆ มาประกอบด้วย โดยอาจจะมีย่อหน้าหลายย่อหน้าก็ได้ - ความถูกต้อง แจ่มแจ้งสมบูรณ์ ผู้อ่านสามารถเข้าใจเจตนารมณ์ของผู้เขียนได้เป็นอย่างดี ซึ่งเรียกว่ามีสารัตถภาพ
- ใจความสำคัญแต่ละย่อหน้า จะต้องมีเพียงใจความเดียว ไม่ออกนอกเรื่อง สับสน วกวน ซึ่งเรียกว่ามีเอกภาพ
- เนื้อหาในแต่ละย่อหน้าจะต้องมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันโดยตลอด ย่อหน้าที่มาหลังจะต้องเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับย่อหน้าที่มาก่อน ซึ่งเรียกว่ามีสัมพันธภาพ
สรุป
เป็นส่วนสุดท้าย หรือย่อหน้าสุดท้ายในเรียงความแต่ละเรื่อง ผู้เขียนจะทิ้งท้ายให้ผู้อ่านเกิดความประทับใจ สอดคล้องกับเรื่องที่เขียน กระชับรัดกุม ซึ่งการเขียนสรุปมีหลายวิธี เช่น ฝากข้อคิด และความประทับใจให้ผู้อ่านย้ำความคิดสำคัญของเรื่อง ชักชวนให้ปฏิบัติตาม ให้กำลังใจแก่ผู้อ่าน ตั้งคำถามที่ชวนให้ผผู้อ่านคิดหาคำตอบ และยกคำพูด คำคม สุภาษิต หรือบทกวีที่น่าประทับใจ เป็นต้น การเขียนสรุปควรยึดแนวทางต่อไปนี้ - เขียนสั้น ๆ ไม่เยิ่นเย้อ (ความยาวควรจะเท่า ๆ กับคำนำ)
- อาจสรุปโดยการอ้อนวอน เชิญชวนหรือแสดงความคิดเห็น
- ควรหลีกเลี่ยงคำขออภัย หรือคำออกตัวว่าผู้เขียนไม่มีความรู้
- ไม่ควรเสนอประเด็นใหม่เข้ามาอีก
ตัวอย่างการขียนเรียงความ
เรียงความ เรื่อง เด็กและเยาวชนไทยร่วมใจไม่สูบบุหรี่
การสูบบุหรี่ทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง และยังทำให้เป็นโรคมะเร็งได้อีกด้วย บุหรี่นั้นมีสารพิษมากมายและยังเป็นสิ่งเสพติดชนิดหนึ่ง มีสารนิโคติน ซึ่งสารนิโคตินนี้เป็นสารก่อมะเร็ง บางคนเป็นมะเร็งปอด บางคนก็เป็นโรคถุงลมป่องพองเป็นต้น ซึ่งบุหรี่นี้นอกจากจะทำให้เป็นโรคต่างๆ แล้วยังทำให้สุขภาพไม่แข็งแรง และอาจทำให้ติดบุหรี่อีกด้วย
การสูบบุหรี่ทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง และยังทำให้เป็นโรคมะเร็งได้อีกด้วย บุหรี่นั้นมีสารพิษมากมายและยังเป็นสิ่งเสพติดชนิดหนึ่ง มีสารนิโคติน ซึ่งสารนิโคตินนี้เป็นสารก่อมะเร็ง บางคนเป็นมะเร็งปอด บางคนก็เป็นโรคถุงลมป่องพองเป็นต้น ซึ่งบุหรี่นี้นอกจากจะทำให้เป็นโรคต่างๆ แล้วยังทำให้สุขภาพไม่แข็งแรง และอาจทำให้ติดบุหรี่อีกด้วย
สมัยนี้เด็กและเยาวชนไทยจะติดบุหรี่กันเยอะ เพราะเด็กสมัยนี้อยากลองของใหม่ๆ อยากลองของแปลกๆ ซึ่งเยาวชนไทยก็รู้ว่ามันเป็นสิ่งไม่ดี แต่ก็อยากจะลองอยู่นั่นละ การสูบบุหรี่ไม่เป็นสิ่งที่ดีเลย เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก ปัจจุบันนี้ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายก็สูบบุหรี่กันทั้งนั้น ปัญหาการสูบบุหรี่นั้นฉันคิดว่าทุกคนคงไม่อยากให้เกิดขึ้นในเมืองไทย บุหรี่เป็นสิ่งเสพติดที่ถูกกฎหมายก็จริง แต่ก็ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับมัน
ตอนนี้คนส่วนมากจะเป็นมะเร็งกัน ฉันคิดว่าถ้าเด็กไทยสูบบุหรี่กันมาก ถ้าพ่อแม่ของเขารู้ ก็คงจะเสียใจมากเลยทีเดียว ถ้าฉันเป็นแม่ของคนที่สูบบุหรี่ ฉันคงถึงกับน้ำตาซึมเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเราควรไม่สูบบุหรี่ จึงจะทำให้ร่างกายแข็งแรง โรคภัยไข้เจ็บจะไม่มาเบียดเบียนเรา การออกกำลังกายก็เป็นการป้องกันโรคต่างๆ ด้วย ฉันรู้ว่าคนที่สูบบุหรี่ก็อยากจะเลิกสูบบุหรี่เหมือนกัน เพราะการสูบบุหรี่มันคงทุกข์ทรมานมากเลยทีเดียว การสูบบุหรี่นั้นจะทำให้มีอาการคือ นิ้วมีสีเหลือง มีปอดสีดำ มีปากสีดำ และยังฟันเหลืองอีกด้วย ฉันอยากให้ทุกคนที่สูบบุหรี่เลิกสูบบุหรี่ เพราะคนที่สูบบุหรี่เวลาปล่อยควันพิษออกมาจะทำให้มีผลต่อคนรอบข้าง
ฉันโชคดีมากที่คุณพ่อคุณแม่ของฉันไม่สูบบุหรี่ แต่ยกเว้นคุณตาของฉันที่สูบบุหรี่ เวลาฉันเดินผ่านคุณตา ฉันจะปิดจมูกทุกครั้ง และฉันก็ขอเสียใจกับครอบครัวอื่นๆ ด้วยที่คุณพ่อคุณแม่ของเขาสูบบุหรี่ แต่ก็มีหลายคนที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เพราะสาเหตุจากบุหรี่แท้ๆ
บุหรี่ยังส่งผลร้ายต่อประเทศชาติอีกด้วย ฉันไม่รู้ว่ารัฐบาลไทยจะผลิตบุหรี่ไปทำไม เพราะบุหรี่ไม่ได้มีประโยชน์เลย แต่ฉันคิดว่ารัฐบาลไทยคงผลิตบุหรี่ เพราะอยากจะนำเงินเข้าประเทศก็ได้ แต่ไทยผลิตบุหรี่ไม่ได้ส่งออกนอกประเทศเพียงเดียว แต่ก็นำบุหรี่ของประเทศอื่นๆ เข้ามาด้วย ปัจจุบันบุหรี่นั้นหาซื้อได้โดยง่าย ด้วยมีแรงสนับสนุนจากรัฐบาลโดยตรง หลังจากนั้นรัฐบาลได้เห็นโทษของบุหรี่ จึงติดโทษของบุหรี่ไว้หน้าซองบุหรี่ และมีข้อยกเว้น เช่น ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี สูบบุหรี่โดยเด็ดขาด และถ้าร้านค้าจำหน่ายให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ร้านค้านั้นก็จะถูกปรับประมาณ 2,000 บาท เดี๋ยวนี้บุหรี่ราคาซองละ 35 บาท ขึ้นไปซึ่งฉันคิดว่าเยาวชนไทยอาจจะโกหกพ่อแม่ เพื่อจะนำเงินไปซื้อบุหรี่ก็ได้ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ซื้อบุหรี่ก็จริง แต่บางร้านค้าโลภมากจนเกินไป เวลาเด็กมาซื้อก็ขายให้ เพื่ออยากได้เงิน เขาไม่คิดถึงอนาคตของเยาวชนไทยบ้างเลย นึกถึงแต่ตนเองไม่นึกถึงผู้อื่นเลย เพราะเขาเป็นคนเห็นแก่ตัว ถ้าฉันเป็นคนใหญ่คนโต ฉันก็จะไปเตือนร้านค้าที่ขายบุหรี่ว่า เลิกขายเถอะค่ะ เพราะเด็กเป็น
ตอนนี้คนส่วนมากจะเป็นมะเร็งกัน ฉันคิดว่าถ้าเด็กไทยสูบบุหรี่กันมาก ถ้าพ่อแม่ของเขารู้ ก็คงจะเสียใจมากเลยทีเดียว ถ้าฉันเป็นแม่ของคนที่สูบบุหรี่ ฉันคงถึงกับน้ำตาซึมเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเราควรไม่สูบบุหรี่ จึงจะทำให้ร่างกายแข็งแรง โรคภัยไข้เจ็บจะไม่มาเบียดเบียนเรา การออกกำลังกายก็เป็นการป้องกันโรคต่างๆ ด้วย ฉันรู้ว่าคนที่สูบบุหรี่ก็อยากจะเลิกสูบบุหรี่เหมือนกัน เพราะการสูบบุหรี่มันคงทุกข์ทรมานมากเลยทีเดียว การสูบบุหรี่นั้นจะทำให้มีอาการคือ นิ้วมีสีเหลือง มีปอดสีดำ มีปากสีดำ และยังฟันเหลืองอีกด้วย ฉันอยากให้ทุกคนที่สูบบุหรี่เลิกสูบบุหรี่ เพราะคนที่สูบบุหรี่เวลาปล่อยควันพิษออกมาจะทำให้มีผลต่อคนรอบข้าง
ฉันโชคดีมากที่คุณพ่อคุณแม่ของฉันไม่สูบบุหรี่ แต่ยกเว้นคุณตาของฉันที่สูบบุหรี่ เวลาฉันเดินผ่านคุณตา ฉันจะปิดจมูกทุกครั้ง และฉันก็ขอเสียใจกับครอบครัวอื่นๆ ด้วยที่คุณพ่อคุณแม่ของเขาสูบบุหรี่ แต่ก็มีหลายคนที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เพราะสาเหตุจากบุหรี่แท้ๆ
บุหรี่ยังส่งผลร้ายต่อประเทศชาติอีกด้วย ฉันไม่รู้ว่ารัฐบาลไทยจะผลิตบุหรี่ไปทำไม เพราะบุหรี่ไม่ได้มีประโยชน์เลย แต่ฉันคิดว่ารัฐบาลไทยคงผลิตบุหรี่ เพราะอยากจะนำเงินเข้าประเทศก็ได้ แต่ไทยผลิตบุหรี่ไม่ได้ส่งออกนอกประเทศเพียงเดียว แต่ก็นำบุหรี่ของประเทศอื่นๆ เข้ามาด้วย ปัจจุบันบุหรี่นั้นหาซื้อได้โดยง่าย ด้วยมีแรงสนับสนุนจากรัฐบาลโดยตรง หลังจากนั้นรัฐบาลได้เห็นโทษของบุหรี่ จึงติดโทษของบุหรี่ไว้หน้าซองบุหรี่ และมีข้อยกเว้น เช่น ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี สูบบุหรี่โดยเด็ดขาด และถ้าร้านค้าจำหน่ายให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ร้านค้านั้นก็จะถูกปรับประมาณ 2,000 บาท เดี๋ยวนี้บุหรี่ราคาซองละ 35 บาท ขึ้นไปซึ่งฉันคิดว่าเยาวชนไทยอาจจะโกหกพ่อแม่ เพื่อจะนำเงินไปซื้อบุหรี่ก็ได้ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ซื้อบุหรี่ก็จริง แต่บางร้านค้าโลภมากจนเกินไป เวลาเด็กมาซื้อก็ขายให้ เพื่ออยากได้เงิน เขาไม่คิดถึงอนาคตของเยาวชนไทยบ้างเลย นึกถึงแต่ตนเองไม่นึกถึงผู้อื่นเลย เพราะเขาเป็นคนเห็นแก่ตัว ถ้าฉันเป็นคนใหญ่คนโต ฉันก็จะไปเตือนร้านค้าที่ขายบุหรี่ว่า เลิกขายเถอะค่ะ เพราะเด็กเป็น
( 11 )
อนาคตของชาติไทยเรา แต่ถ้าคุณจะขายบุหรี่ก็ควรขายให้กับเด็กอายุมากกว่า 18 ปี และถ้าคุณจำหน่ายบุหรี่ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และถ้าคุณจำหน่ายบุหรี่ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จะมีโทษที่ร้ายแรงมาก และคุณยังทำลายอนาคตของชาติอีกด้วย ถ้าฉันพูดอย่างนี้เขาคงจะสำนึกได้บ้าง
เราไม่ควรไปสูบบุหรี่ เพราะเราจะไปทำลายสุขภาพของตัวเองทำไม และยังไปทำลายสุขภาพของคนอื่นอีกด้วย ทำให้ตัวเองเป็นมะเร็งยังไม่พอแล้วยังไปทำให้คนอื่นเป็นมะเร็งอีก เพราะคนอื่นเขาไม่รู้เรื่องด้วย เขาไม่เคยสูบบุหรี่ เขาต้องเป็นมะเร็งไปด้วย เพราะฉะนั้นเราควรเลิกสูบบุหรี่ เพื่อตัวเองและคนรอบข้าง อย่าให้คนอื่นต้องพลอยเป็นแพะรับบาปไปด้วยเลย ความหวังของฉันตอนนี้คือ อยากให้เยาวชนไทยร่วมใจไม่สูบบุหรี่ และบุหรี่ยังทำให้ประเทศเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้เยาวชนของประเทศอ่อนแอ และบุหรี่ยังเป็นตัวนำไปสู่สิ่งเสพติดอื่นๆ อีกด้วย โรคมะเร็งทำให้คนเสียชีวิตมาแล้วมากมาย เพราะฉะนั้นเราควรเลิกสูบบุหรี่ถ้าไม่อยากให้ตัวเอง และคนรอบข้างต้องเป็นอันตรายจากควันบุหรี่โทษบุหรี่นั้นมีมากมายนัก
ทั้งคนรักประเทศชาติศาสนา
สร้างโรคภัยไข้เจ็บทุกเวลา บางครั้งฆ่าคนตายวายชีวา
โทษอย่างแรกนั้นคือเสียเงินทอง อย่างที่สองทำให้มัวหมองศรี
อย่างที่สามทำให้โรคมากมี อย่างที่สี่สุดท้ายถึงตายเอย
เราไม่ควรไปสูบบุหรี่ เพราะเราจะไปทำลายสุขภาพของตัวเองทำไม และยังไปทำลายสุขภาพของคนอื่นอีกด้วย ทำให้ตัวเองเป็นมะเร็งยังไม่พอแล้วยังไปทำให้คนอื่นเป็นมะเร็งอีก เพราะคนอื่นเขาไม่รู้เรื่องด้วย เขาไม่เคยสูบบุหรี่ เขาต้องเป็นมะเร็งไปด้วย เพราะฉะนั้นเราควรเลิกสูบบุหรี่ เพื่อตัวเองและคนรอบข้าง อย่าให้คนอื่นต้องพลอยเป็นแพะรับบาปไปด้วยเลย ความหวังของฉันตอนนี้คือ อยากให้เยาวชนไทยร่วมใจไม่สูบบุหรี่ และบุหรี่ยังทำให้ประเทศเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้เยาวชนของประเทศอ่อนแอ และบุหรี่ยังเป็นตัวนำไปสู่สิ่งเสพติดอื่นๆ อีกด้วย โรคมะเร็งทำให้คนเสียชีวิตมาแล้วมากมาย เพราะฉะนั้นเราควรเลิกสูบบุหรี่ถ้าไม่อยากให้ตัวเอง และคนรอบข้างต้องเป็นอันตรายจากควันบุหรี่โทษบุหรี่นั้นมีมากมายนัก
ทั้งคนรักประเทศชาติศาสนา
สร้างโรคภัยไข้เจ็บทุกเวลา บางครั้งฆ่าคนตายวายชีวา
โทษอย่างแรกนั้นคือเสียเงินทอง อย่างที่สองทำให้มัวหมองศรี
อย่างที่สามทำให้โรคมากมี อย่างที่สี่สุดท้ายถึงตายเอย
( 12 )
5. วิชาภาษาอังกฤษ
Garnish ( เครื่องปรุง ) Equipment ( อุปกรณ์ )
1. Lemon grass ตะไคร้ 1. Mortar ครก
2. Mackere ปลาทู 2. Pestle สาก
3. Shrimp paste กะปิ 3. Pan กะทะ
4. Kaffir lime leaves. ใบมะกรูด 4.Spade of frying pan ตะหลิว
5. Dry chili พริกแห้ง 5. Dish จาน
6. Shallot หัวหอมแดง 6. Spoon ช้อน
7. Garlic กระเทียม 7. Knife มีด
8. Salt เกลือ 8. Block เขียง
9.Sugar น้ำตาล
6. วิชาศิลปะ
การประดิษฐ์ท่ารำในการแสดงนาฏศิลป์
การประดิษฐ์ท่ารำ ในการแสดงนาฏศิลป์ มีหลากหลายประการซึ่งต้องนำมาพิจารณาประกอบ ได้แก่ ประเภทของการแสดง ดนตรี บทร้อง เครื่องแต่งกาย อารมณ์ ความรู้สึก และการเคลื่อนไหวของการแสดง ทั้งเพื่อให้การประดิษฐ์ท่ารำมีความประณีต สวยงาม สื่อความหมายได้ชัดเจน มีความสัมพันธ์สอดคล้องกันทั้งท่ารำ ทำนอง จังหวะของเพลง และเครื่องแต่งกาย เหมาะสมกับชุดการแสดง ในหัวข้อนี้จะได้กล่าวถึง แนวทางในการประดิษฐ์ท่ารำที่เป็นคู่ และเป็นหมู่
การประดิษฐ์ท่ารำที่เป็นคู่ ผู้ประดิษฐ์จะต้องคำนึงถึงส่วนประกอบที่สำคัญ คือ จังหวะทำนองเพลง บทร้อง และเครื่องแต่งกาย ผู้ประดิษฐ์ท่ารำต้องนำมาหลอมรวมให้มีความเป็นเอกภาพ การประดิษฐ์ท่ารำที่เป็นคู่มีดังนี้
1.การประดิษฐ์ท่ารำแนวอนุรักษ์
2.การประดิษฐ์ท่ารำแนวความคิดสร้างสรรค์
การประดิษฐ์ท่ารำที่เป็นหมู่
การประดิษฐ์ท่ารำที่เป็นหมู่ได้แก่ ระบำ ฟ้อน ที่มีผู้รำจำนวนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปโดยไม่จำกัดจำนวนผู้รำ เอกลักษณ์และความโดดเด่นอยู่ที่ความพร้อมเพียงมีดังนี้
1.การแปรแถว
2.การรำต้องสัมพันธ์กับเพลง
3.ท่ารำเป็นหมู่คณะ
4.ท่ารำที่มีบทกลอน
5.ท่ารำที่มีแต่ทำนองเพลง
6.ท่ารำนาฏศิลป์พื้นเมือง
7.ท่ารำต้องสอดคล้องกับรสนิยม
7. วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา
ความหมายของสารอาหาร
1.สารอาหาร
อาหาร หมายถึง สิ่งที่รับประทานเข้าสู่ร่างกายแล้วไม่เป็นโทษต่อร่างกายและมีประโยชน์โดยทำให้ร่างกายดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข และให้พลังงานแก่ร่างกาย ซึ่งพลังงานเหล่านี้นำมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ประกอบด้วยสารอาหารหลายประเภท คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่
สารเคมีที่เป็นส่วนประกอบในอาหารนั้นมีมากมายหลายชนิด จะรวมเรียกว่า “สารอาหาร” การจำแนกสารอาหารตามหลักโภชนาการจะพิจารณาจากปริมาณของสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารนั้นๆ มากที่สุดเป็นหลัก ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 5 หมู่ ดังนี้ คือ คาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ เหล่านี้เมื่อรับประทานเข้าไปจะถูกเผาผลาญให้เกิดเป็นพลังงานและความร้อนเพื่อนำไปใช้ควบคุมการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เช่น การเดิน การวิ่ง การยืน การนอน การหายใจ เป็นต้น
2. อาหารหลัก 5 หมู่ พูดถึงอาหาร ทุกคนย่อมรู้กันดีว่า เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงร่างกาย กินเพื่อหายหิว และหลายๆคนย่อมรู้จักกับสารอาหาร 5 หมู่ เมื่อยังเด็กที่คุณครูให้ท่องจำไว้ และพร่ำสอนว่า ทุกคนควรกินสารอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง แต่หลายๆคนคงไม่รู้แจ้งว่า สารอาหารหลัก 5 หมู่ อันได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรท วิตามิน แร่ธาตุ และไขมัน มันคืออะไร
อาหารหลัก 5 หมู่ ประกอบด้วย ดังต่อไปนี้
อาหารหมู่ที่ 1 เนื้อ นม ไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง และงา ซึ่งอาหารเหล่านี้จะให้สารอาหาร (โปรตีน)
ซึ่ง โปรตีนนั้น เป็นส่วนประกอบหลักของทุกเซลล์ในร่างกาย บทบาทในการสร้างเซลล์เนื้อเยื่อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน และถ้าได้รับโปรตีนและไขมันที่จำเป็นในปริมาณที่พอเหมาะจะทำให้เยื่อหุ้มเซลล์มีความแข็งแรงมากขึ้น
หากขาด โปรตีน หรือได้รับโปรตีนน้อยกว่าความต้องการ จะทำให้แก่ก่อนวัยอันควร และร่างกายทำงานผิดปกติ
อาหารหลัก หมูที่ 2 ข้าว แป้ง เผือก มัน และน้ำตาล อาหารเหล่านี้จะให้สารอาหาร
(คาร์โบไฮเดรท)ซึ่งสารอาหารชนิดนี้ จะเป็นแหล่งพลังงานที่ร่างกายเลือกใช้เป็นอันดับแรก และเป็นพลังงานชนิดเดียวเท่านั้นที่สมองใช้
คาร์โบไฮเดรทมีสองชนิด คือ คาร์โบไฮเดรทเชิงเดี่ยว และคาร์โบไฮเดรทเชิงซ้อน
อาหารหลัก หมู่ที่ 3 ผักชนิดต่าง อาหารเหล่านี้จะให้สารอาหาร (วิตามิน และเกลือแร่)
ซึ่งวิตามิน เป็นสารที่มีมากในผักชนิดต่าง ซึ่งวิตามิน ร่างกายต้องการเพียงเล็กน้อยแต่ขาดไม่ได้ ช่วยในด้านเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตและพัฒนาการ เป็นตัวช่วยในการนำเอา โปรตีน คาร์โบไฮเดทและไขมัน เปลี่ยนไปเป็นพลังงาน
และแร่ธาตุ มีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโต และพัฒนากระบวนการทางชีวภาพของกระดูกกล้ามเนื้อ และสมอง การผลัดเซลล์ การสร้างเซลล์ใหม่ การสร้างเลือด การเผลาผลาญอาหาร เป็นต้นหากขาด วิตามินและเกลือแร่ จะทำให้ร่างกายทำงานไม่ปกติ หรือด้อยสมรรถภาพลง เช่น ตาฝ้าฟาง เพราะขาดวิตามินเอ เป็นต้น
อาหารหลัก หมู่ที่ 4 ผลไม้ต่าง อาหารเหล่านี้จะให้สารอาหาร (วิตามิน และเกลือแร่)
ซึ่งวิตามิน เป็นสารที่มีมากในผักชนิดต่าง ซึ่งวิตามิน ร่างกายต้องการเพียงเล็กน้อยแต่ขาดไม่ได้ ช่วยในด้านเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตและพัฒนาการ เป็นตัวช่วยในการนำเอา โปรตีน คาร์โบไฮเดทและไขมัน เปลี่ยนไปเป็นพลังงานและแร่ธาตุ มีบทบาทสำคัญในการเจริญเติบโต และพัฒนากระบวนการทางชีวภาพของกระดูกกล้ามเนื้อ และสมอง การผลัดเซลล์ การสร้างเซลล์ใหม่ การสร้างเลือด การเผลาผลาญอาหาร เป็นต้น
หากขาด วิตามินและเกลือแร่ จะทำให้ร่างกายทำงานไม่ปกติ หรือด้อยสมรรถภาพลง เช่น ตาฝ้าฟาง เพราะขาดวิตามินเอ เป็นต้น
อาหารหลัก หมู่ที่ 5 ไขมัน อาหารเหล่านี้จะให้สารอาหาร (ไขมัน)
ซึ่งไขมันเป็นแหล่งสะสมพลังงานของร่างกาย และมีบทบาทในการช่วยดูดซึมวิตามินชนิดละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน เอ ดี อี เค โดยเราแบ่งได้เป็นสองชนิด คือ ไขมันดี และไขมันร้าย โดยไขมันดีจะอุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็น ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาใช้เองได้ จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต และพัฒนาการ มีมากในปลา ผัก ถั่ว และเมล็ดธัญพืช ส่วนไขมันร้ายพบมากใน เนื้อ ขนมบรรจุ ขนมอบ บรรจุห่อ ที่ใช้น้ำมันทอด ซึ่งทำให้ระดับคอเลสเตอรอล ในเลือดสูงทำให้เป็นโรคหัวใจได้
3.สารอาหารมีกี่ชนิด อะไรบ้าง
สารอาหาร คือ “ องค์ประกอบของสารประกอบทางเคมีของธาตุต่างๆ ที่มีอยู่ในอาหารที่เรากินเข้าไป สารอาหารมีโครงสร้างโมเลกุลเฉพาะตัว เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อาหารแต่ละชนิดประกอบด้วยโมเลกุลของสารอาหารหลายๆ ตัว ” ร่างกายเราต้องการสารอาหารกว่า 40 ชนิด และเพื่อให้ง่ายอีกเช่นกัน เราจึงจัดเป็นสารอาหารออกเป็นพวกๆ ที่สำคัญมี 6 จำพวก ได้แก่ สารอาหาร คาร์โบไฮเดรท , โปรตีน , ไขมัน , วิตามิน , เกลือแร่ , และน้ำ สารอาหารแต่ละชนิดมีหน้าที่เด่นเฉพาะแตกต่างกัน
สารอาหารคาร์โบไฮเดรท ทำหน้าที่เป็นสารตัวแรกที่ร่างกายจะนำไปใช้เป็นพลังงาน สารอาหารชนิดนี้เป็นแหล่งที่ดีที่สุดที่จะทำให้พลังงานแก่ร่างกาย หากร่างกายได้รับสารอาหารชนิดนี้ไม่เพียงพอ จะสลายสารไขมันมาใช้เป็นพลังงาน หากไขมันไม่พอจะสลายสารโปรตีนมาใช้เป็นพลังงาน แต่การที่ปฏิกิริยาทางเคมีจะสลายเอาโปรตีนภายในร่างกายมาใช้เป็นพลังงานได้ ก็ต่อเมื่อร่างกายขาดสารอาหารจากคาร์โบไฮเดรตและไขมันอย่างรุ่นแรง ถ้ามีสารนี้มากเกินไป ร่างกายจะเก็บสะสมไว้ในรูปของไขมัน สำหรับอาหารที่ให้สารอาหารคาร์โบไฮเดรทคืออาหารหมู่ 2สารอาหารโปรตีน มีหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างเซลล์และเนื้อเยื่อเพื่อการเจริญเติบโตของร่างกาย หรือซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หรือกล่าวง่ายๆ คือ เป็นสารตั้งต้นของการเสริมสร้าง
อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายไม่ว่าจะเป็น เนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ เลือด ฮอร์โมน น้ำย่อย สารอาหารโปรตีนจะเป็นตัวทำหน้าที่โดยตรง หรือเมื่อมีบาดแผลร่างกายจะใช้สารโปรตีนซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิม หากร่างกายขาดสารอาหารโปรตีน ร่างกายจะไม่สามารถใช้สารอาหารตัวอื่นๆ เข้ามาทำหน้าที่ทดแทนได้ สารอาหารโปรตีนจึงมีความสำคัญต่อวัยที่กำลังเจริญเติบโต และหญิงมีครรภ์ ส่วนวัยมีการเจริญเติบโตไปแล้ว ความต้องการโปรตีนของร่างกายจะลดลง แต่ร่างกายยังมีความต้องการเพื่อการซ่อมแซมเซลล์ต่างๆ ที่สึกหรอ อาหารที่ให้สารอาหารโปรตีนคืออาหาร
หมู่ 1สารอาหารไขมัน สารอาหารชนิดนี้แม้จะให้พลังงานได้มากกว่าคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนก็ตาม แต่ไม่ใช่หน้าที่เด่นเฉพาะตัว ร่างกายไม่ได้ใช้สารไขมันเป็นตัวแรกในการนำไปสร้างพลังงาน หน้าที่เด่นของไขมันคือ ทำหน้าที่เป็นพาหะ หรือเคลื่อนย้าย หรือขนส่ง สารที่ละลายในไขมัน ไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ขนส่งหรือเคลื่อนย้าย วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และ วิตามินเค ไปยังอวัยวะต่างๆ ซึ่งหากร่างกายไม่ได้รับไขมัน วิตามินเหล่านี้ก็จะไม่ถูกขนส่ง ส่งผลให้เกิดโรคขาดวิตามินดังกล่าว นอกจากนี้ยังช่วยในการดูดซึมวิตามินดังกล่าวในระบบทางเดินอาหาร ไขมันทำให้เรารู้สึกอิ่มได้นาน สารอาหารไขมันจึงมีความสำคัญไม่น้อยกว่าสารอาหารตัวอื่นๆ และหากมีมากจะสะสมในอยู่ในร่างกาย อาหารที่ให้สารอาหารไขมันคืออาหารหมู่ 5
สารอาหารวิตามิน แบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อยคือ สารอาหารวิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินซี และกลุ่มวิตามินบีรวม ( วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 หรือวิตามินบี 12) ส่วนอีกกลุ่มคือ สารอาหารวิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และ วิตามินเค หน้าที่เด่นเฉพาะของวิตามินคือ ทำหน้าที่ร่วมกับน้ำย่อยหรือเอนไซม์ ในกระบวนการใช้สารอาหารในร่างกายเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาอย่างสมบูรณ์
สารอาหารวิตามินแต่ละตัวมีหน้าที่เด่นเฉพาะ เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ภายในเซลล์เกิดการออกซิไดซ์จากอนุมูลอิสระ หรือกล่าวง่ายๆ คือ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สารอาหารวิตามินเค จะทำหน้าที่เป็นสารช่วยในการแข็งตัวของเม็ดเลือดได้เร็วขึ้น ส่วนที่กล่าวว่าสารอาหารวิตามินทำหน้าที่ป้องกันโรคนั้น เป็นผลทางอ้อม ไม่ใช่หน้าที่โดยตรง ดังจะเห็นได้จาก การไม่กินอาหารที่มีวิตามินบี 1 เป็นระยะเวลานาน จนกระทั่งร่างกายเกิดอาการของโรคเหน็บชา หรือในกรณีที่ไม่กินอาหารที่มีวิตามินซีเป็นเวลานาน จนกระทั่งมีเลือดออกตามไรฟัน นั่นคือผลจากการขาดวิตามินซี ดังนั้นควรกินอาหารที่มีสารอาหารวิตามินอย่าง
เพียงพอต่อความต้องการ จึงจะไม่ปรากฏอาการของโรค ร่างกายมีความสามารถในการสะสมวิตามินที่ละลายในไขมันไว้ใช้ได้ในระยะเวลา หนึ่ง ส่วนวิตามินที่ละลายในน้ำ หากร่างกาย
ได้รับเกินความต้องการจะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ อย่างไรก็ตามหากร่างกายได้รับวิตามินมากเกินความต้องการจะเกิดผลเสียเช่นกัน เพราะร่างกายของคนเราต้องการสารอาหารวิตามินในปริมาณที่ค่อนข้างน้อย แต่ร่างกายไม่สามารถทำงานได้ถ้าปราศจากสารอาหารวิตามิน ดังนั้นสารอาหารวิตามินจึงมีความสำคัญอีกเช่นกัน อาหารที่ให้สารอาหารวิตามินคืออาหารหมู่ 3 และหมู่ 4สารอาหารเกลือแร่ ลักษณะหน้าที่เด่นเฉพาะของสารอาหารนี้คือ ทำหน้าที่เป็นตัวเสริม ทำหน้าที่เป็นตัวควบคุม , และทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้เกิดการทำงานของปฏิกิริยาทางเคมีภายในเซลล์ ตัวอย่างเช่น เกลือแร่แคลเซียม และฟอสฟอรัสเป็นสารที่ร่างกายต้องใช้สร้างกระดูกและฟัน เกลือแร่บางตัวทำให้เกิดความสมดุลของความเป็นกรดและด่างภายในร่างกาย บางตัวเกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดเลือด บางตัวก็มีส่วนสำคัญที่ร่างกายใช้ประกอบในการสังเคราะห์ฮอร์โมนสารอาหารเกลือแร่มีอยู่ประมาณ 21 ชนิดที่สำคัญต่อร่างกาย เกลือแร่ที่ร่างกายต้องการมากคือ แคลเซียม ซึ่งแคลเซียมเป็นส่วนประกอบของกระดูก , ฟัน , กล้ามเนื้อ , และในระบบเลือด เกลือแร่ประเภทอื่นที่ร่างกายต้องการนอกเหนือจากแคลเซียม ได้แก่ โซเดียม , โพแทสเซียม , ฟอสฟอรัส , แมกนีเซียม , คลอไรท์ , เหล็ก , ไอโอดีน , ทองแดง , สังกะสี , ฟลูออไรท์ เป็นต้น แต่ละชนิดจะมีหน้าที่ต่างกัน ถ้าขาดก็จะมีผลเสียต่อร่างกาย ด้วยเหตุนี้ร่างกายจึงขาดเกลือแร่ไม่ได้ อาหารที่ให้สารอาหารเกลือแร่คืออาหารหมู่ 3 และหมู่ 4สารอาหารน้ำ น้ำแตกต่างจากสารอาหารตัวอื่นคือ น้ำเป็นทั้งสารอาหารและอาหาร น้ำทำหน้าที่เด่นเฉพาะคือ เป็นตัวทำให้เกิดการละลายและนำสารต่างๆ ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย และขณะเดียวกันของเสียบางส่วนในเซลล์ที่สามารถละลายในน้ำได้จะถูกทำละลายและ ขับออกพร้อมกับปัสสาวะ ในร่างกายมีน้ำประมาณ 2 ใน 3 ส่วน กระจายอยู่ในส่วนประกอบต่างๆ หากเมื่อใดก็ตามที่ร่างกายสูญเสียน้ำประมาณร้อยละ 10 ไตจะทำงานผิดปกติ และถ้าสูญเสียน้ำไปประมาณร้อยละ 20 อาจจะทำตายได้เนื่องจากสภาวะขาดน้ำ น้ำจึงเป็นสารอาหารและอาหารที่สำคัญ เราอาจอดอาหารประเภทอื่นๆ ได้เป็นเดือน แต่ขาดน้ำไม่ถึง 2 หรือ 3 วันก็อาจจะเสียชีวิตได้
8. วิชาการงานและเทคโนโลยี
สรุปขั้นตอนการทำบล็อก
วิธีสร้างบล็อกกับ Blogger
| การสร้าง Blog !!! Update 2012Blog ไทยก็มีเยอะนะครับ แต่ส่วนใหญ่ เค้าไม่ให้มีโฆษณาใน Blog จึงขอแนะนำ Blog ของ google ดีกว่า ซึ่งมีภาษาไทย ในการอธิบายเมนูต่างๆด้วย และสามารถเลือกภาษาที่จะแสดงเมนูใน blog ได้ (กรณีทำโฆษณาภาษาอังกฤษ) การสร้าง blog กับ blogger.com ชื่อที่ได้ จะได้เป็น ชื่อที่ตั้ง.blogspot.com ถามว่า Blog สู้การทำเว็บ .com ได้มั้ย ลองเข้า google.co.th แล้วค้นคำว่า เที่ยวลาว ดูนะครับ จะเห็นว่า blog สู้ .com ได้อย่างสบาย การที่เว็บจะอยู่อันดับต้น มันขึ้นกับเนื้อหาในเว็บครับ | ||||
@ ...วิธีการสมัคร Blogger.com !!! @...ล่าสุดอาจไม่เหมือนในภาพนะครับ เพราะ blogger มีการพัฒนา...
...แต่จะเหมือนกันในหลักการครับ สามารถดูเปรียบเทียบได้ครับ... เข้า http://www.blogger.com ![]() ถ้าคุณเคยสมัครอะไรของ google ไว้แล้ว เช่น เคยสมัครเมล์ gmail ก็สามารถใช้ รหัส gmail login ในช่อง ลงชื่อเข้าใช้งานได้เลย ...หรือถ้าไม่เคยสมัครอะไร หรืออยากจะสมัครใหม่ ก็ คลิกคลิกที่ลูกศรสีส้ม สร้างบล็อคของคุณทันที ![]() ![]() ..ที่อยู่อีเมล ใส่เมล์ของเรานะครับ เมล์อะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็น gmail ครับ ก็ประมาณว่า เมล์ที่เราใช้อยู่นั่นแหละครับ ..ใส่เมล์นั้นอีกครั้งครับ ..กำหนดรหัสผ่าน ตั้งขึ้นมาเลย ไม่ใช่รหัสเมล์นะครับ เป็นรหัสที่เราตั้งขึ้นเพื่อสมัคร blogger ครับ ..ชื่อที่แสดง ก็อย่างที่ในเว็บบอกครับ คือ คือนี่จะแสดงว่าเราเราโพสข้อความอะไรใน blog ของเรา หรือเขียนคอมเม้น แสดงความคิดเห็น blog ของคนอื่น ...รหัสยืนยัน ใส่รหัสสุ่มตามภาพที่ขึ้นมา ...ทำเครื่องหมายช่องสี่เหลี่ยม ยอมรับข้อตกลง ...จากนั้นคลิก ดำเนินการต่อ ...จากข้างบนเป็นรูปแบบเก่า ของ blogger นะครับ สรุปคือ เราสมัครเข้าบัญชี blogger ครับ ...จากนี้ มาดูรูปแบบใหม่ ในการเขียน blogger ครับ ![]() คลิกที่ บล็อกใหม่ เพื่อเริ่มสร้าง blog ได้เลยครับ ![]() ตั้งชื่อเว็บบล็อกเลยครับ ชื่อจะปรากฏที่บนสุดของ blog เช่น ดังภาพ ที่อยู่บล็อก ก็คือ ชื่อที่อยู่ url ของ blog นั่นเองครับ ตัวอย่างชื่อ blog สำหรับการ ตรวจสอบความพร้อมคือ ตรวจสอบว่าชื่อที่ตั้งอยู่ ซ้ำหรือมีใครใช้อยู่หรือยัง ถ้าขึ้น ที่อยู่บล็อกนี้สามารถใช้ได้ ก็สามารถใช้ชื่อนี้ได้ครับ *** ทั้งชื่อเว็บบล็อก และที่อยู่ บล็อก สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลังครับ และ 1 user ที่ใช้ login blogger สามารถ สร้าง blog ได้ 100 blog ครับ ถ้าอยากสร้างอีก ก็สมัคร account blogger ใหม่ เพิ่มอีกครับ *** เสร็จแล้วก็เลือกรูปแบบ แล้วคลิก สร้างบล็อกครับ เลือกได้เลยครับ ชอบแบบไหนก็เลือกไปก่อน สามารถ เปลี่ยนแปลงภายหลังได้ พอคลิกแล้ว ระบบจะขึ้น ดังนี้ ...ผมตั้งชื่อว่า "ทดสอบสร้าง blog" นะครับ ชื่อ blog ก็เลยเป็นตามภาพ ให้คลิกที่ชื่อ blog ที่คุณตั้งขึ้นมาได้เลยครับ... เพื่อเข้าไปดูเมนูต่างๆก่อน เมนูบนสุดรูปดินสอ สามารถคลิกเพื่อเริ่มโพสข้อความได้เลย ...สำหรับเมนูซ้ายมือ ที่อยากจะเน้นคือ เมนูหน้าเว็บ รูปแบบ แม่แบบ การตั้งค่า ![]() ทำความเข้าใจ เกี่ยวกับ blog ของ blogger ก่อนครับ ก่อนเขียน blog เราต้องทำความเข้าใจและวางแผนก่อนครับ .. blog เราสามารถ เขียนข้อความต่างๆ แทรกภาพ หรือนำเสนอต่างๆได้ ... การเขียน blog ที่ blogger - ข้อความล่าสุด จะอยู่ที่หน้า blog - ข้อความต่างๆที่เขียนไป จะเป็นหัวข้อ รวมอยู่ในคลังบทความของบล็อก ให้คลิกเข้าดูที่ ซึ่งคำว่า "คลังบทความของบล็อก" ตัวอย่าง blog เที่ยววังน้ำเขียว http://wang-namkeaw.blogspot.com ผมแก้คำว่า คลังบทความของบล็อก เป็น "รายละเอียด การท่องเที่ยว อ.วังน้ำเขียว" ซึ่งวิธีแก้ พอเข้าที่รูปแบบ แล้ว คลิกแก้ไข ช่องคลังบทความของบล็อก ![]() ...แล้วก็แก้ไขตามแต่จะกำหนดหัวข้อรวมหลัก ของบทความต่างๆที่เราจะนำเสนอใน blog ครับ สำหรับเมนูอื่นๆก็ลองตั้งค่าแล้วโหลดดู blog ดู ว่าจะออกมาแบบไหน ถูกใจหรือป่าวนะครับ ![]() สำหรับรูปแบบของ blog เที่ยววังน้ำเขียว ทำไมไม่มีใน แม่แบบ ของ blogger จะอธิบายอีกทีครับ ...เกี่ยวกับคลังของบทความ เราควรวางแผนแล้วว่า บทความหรือข้อความต่างๆที่เราจะเขียน blog จะเรียงลงมา เมื่อมีผู้เข้าเยี่ยมชม blog ของเรา ผู้เยี่ยมก็จะเห็นหัวข้อเหล่านั้น และเลือกที่จะคลิกอ่านได้ เป็นผลดีในการนำเสนอ - สำหรับบทความต่างๆ หรือข้อความต่างๆที่เราจะนำเสนอใน blog ข้อความล่าสุดจะอยู่หน้าแรกครับ หน้าแรกของ blog ควรจะเป็นเหมือนหน้ารับแขก ซึ่งออกแบบ เพื่อดึงดูดให้ผู้เข้าเยี่ยมชมได้สนใจ และอ่าน blog ..แล้วจะทำงัยล่ะ ? เมื่อข้อความต่างๆที่เรา เขียนไป เป็นหัวข้อต่างๆ ข้อความล่าสุดจะอยู่หน้าแรก ถ้าเราออกแบบ หน้าที่ดึงดูดความสนใจ ไว้เป็นหน้าแรกแล้ว ถ้าเรามีข้อความมาเขียน หรือ นำเสนออีก จะทำงัย ให้หน้าที่เราออกแบบไว้ อยู่หน้าแรก ...วิธีการง่ายๆก็คือ แต่ละบทความที่เราเขียนไป สามารถแก้ไขได้ เราเข้าไปแก้ไขบทความนั้น แก้ไขตรงวันที่ หรือจะแก้ไขเวลาด้วยก็ได้ ให้เป็นวันที่ล่าสุด เพื่อให้บทความนั้นยังอยู่หน้าแรกนั่นเอง ...อยู่ล่างๆ นะครับ คลิกที่ตัวเลือกของบทความ แล้วจะมีให้แก้ไขได้ สำหรับ ป้ายกำกับสำหรับบทความนี้: ...หมายถืง คีย์เวิร์ด สำคัญ หรือน่าสนใจ ในบทความหรือข้อความนั้นๆนะครับ เวลาโพสหรือเขียนข้อความไปแล้ว จะขึ้นเป็นข้อความ ป้ายกำกับ อยู่ล่างสุดของบทความ..ทำความเข้าใจ การโพส หรือการเขียนข้อความ ...พอเขียนบทความต่างๆเสร็จ (เมนูต่างๆ สีตัวอักษร ลิ้งค์ แทรกรูปภาพ ลองหัดเล่น หัดเขียนดูนะครับ) พอเขียนตกแต่งบทความต่างๆเสร็จ ก็คลิก เผยแพร่ ได้เลย ...แต่ถ้ายังไม่อยากให้บทความขึ้นที่หน้า blog ก็คลิก บันทึก ไว้ก่อนได้ครับ เผื่อว่ายังเขียนบทความไม่เสร็จ แล้วพอเขียนเสร็จ ก้ค่อยคลิกเผยแพร่ครับ ในเมนู การลบก็คลิกเข้าป้ายเมนูนั้นๆ แล้วจะมีคำว่าลบ ให้เลือกลบครับ ...สำหรับการเพิ่ม ให้คลิกที่ ![]() เพิ่ม Gadget ก็จะมีป้าย Gadget มาให้เลือก + เพิ่มเข้ามาใน blog เพื่อนำมาเป็นรูปแบบในการช่วยตกแต่งครับ ที่ป้าย Gadget ต่างๆ เรายังสามารถย้ายที่จัดเรียงได้ด้วยนะครับ คลิกที่ป้ายที่ต้องการย้ายแล้วลากเลยครับ จะไว้ตรงไหนก็วาง ...สำหรับ Favicon ก็สามารถเปลี่ยนได้ จะเป็นส่วนของหัว blog ซึ่งการเปลี่ยน จะต้องนำรูปขนาดกว้างยาวเท่ากัน(สี่เหลี่ยมจัตุรัส) และมีขนาดไม่เกิน 100KB นะครับ
![]() ...คราวนี้มาดู เมนู หน้าเว็บ ...หน้าเว็บช่วยให้เราออกแบบหน้าต่างๆแยกต่างหากจากบทความได้ครับ การเขียนหน้าเว็บ ก็คลิกเข้าคำว่า แก้ไข ก็สามารถเข้าไปเขียนตกแต่งได้ครับ ![]() ตัวอย่างหน้าเว็บ http://pang-oung.blogspot.com blog นี้ ผมใช้ 1 หน้าเว็บในการออกแบบ โดยหน้าเว็บ เลือกให้อยู่ด้านบนสุด ... คือ ปางอุ๋ง สวรรค์ นักเดินทาง ชัดๆ HD สำหรับลิ้งค์คือ http://pang-oung.blogspot.com/p/hd.html http://siamtulip-festival.blogspot.comblog นี้ ผมใช้ หลาย หน้าเว็บในการออกแบบ โดยหน้าเว็บ เลือกให้อยู่ด้านข้าง ...จากภาพบน แต่ละหน้าเว็บ สามารถคลิกจับลากสลับจัดเปลี่ยนตำแหน่งกันได้ด้วยนะครับ โดยคลิกที่หัวช่องที่เป็นสีเข้มกว่า หรือจะคลิกเปลี่ยนกลับเป็นฉบับร่างได้ คือไม่อยากให้หน้าเว็บที่เขียนไว้แล้ว โชว์ที่ blog แต่ไม่อยากลบ http://talamok-phutok.blogspot.com blog นี้ ผมใช้ หลาย หน้าเว็บในการออกแบบ โดยหน้าเว็บ เลือกให้ไม่แสดง ??? งงมั้ยครับ ไม่แสดง แล้วจะเขียนทำไม!!! คือพอให้มันแสดงแล้วรูปแบบมันออกมาไม่สวยครับ มันไม่เข้ากับรูปแบบ แม่แบบ(template) ของ blog ...แล้วพอไม่ให้แสดง แล้วจะเอามาทำลิ้งค์ให้คนเข้าอ่านได้ยังงัย
![]() แล้วก็เอาลิ้งค์ต่างๆ ของ หน้าเว็บ มาใส่ที่ Gadget รายชื่อลิ้งค์ ...วิธีดูว่าแต่ละ หน้าเว็บ ลิ้งค์อะไร ก็แค่เอาเม้าส์ชี้ที่หัวข้อ หน้าเว็บนั้นๆ เราก็จะเห็นครับ ก็คลิกเม้าส์ขวา แล้ว Copy Link Gadget รายชื่อลิ้งค์ครับ ...พอเราเพิ่มลิ้งค์แล้ว เขียนอธิบายหัวข้อลิ้งค์แล้ว ...ที่ลูกศรขึ้นลงเราสามารถคลิกสลับจัดตำแหน่งได้ด้วยนะครับ ![]() ...เอาล่ะครับ เทคนิคเต็มไปหมดเลย อย่า งง นะครับ ลองทำดูเดี๋ยวก็รู้เอง ไม่ลอง ไม่หัดก็ทำไม่ได้ครับ ...มาถึงที่ติดค้างไว้ คือรูปแบบ แม่แบบ(template) ของเว็บ เที่ยววังน้ำเขียวหรือเว็บตัวอย่างต่างๆข้างต้น ทำไมไม่มีใน แม่แบบของ blogger การใส่แม่แบบนอกเหนือจากแม่แบบที่มี ใน blogger ทำดังนี้ เข้าไปที่ http://btemplates.com/ จะมีรูปแบบต่างๆให้เลือก ดาวน์โหลด ไฟล์ที่โหลดมา จะเป็นไฟล์ .zip ให้เรา แตกไฟล์ .zip ออกมา จะได้เป็นไฟล์ .xml ..เราจะเอาไฟล์ .xml เข้า blog ได้อย่างไร ? ...มาที่เมนู แม่แบบ แล้วมาที่ สำรอง/กู้คืน ที่มุมบนขวา เลือกไฟล์แม่แบบ .xml ที่เรามีในเครื่อง (ที่เราไปโหลดมา) แล้วคลิก อัปโหลด เพื่อ โหลดไฟล์ xml เข้าไปใน blog เราก็จะได้รูปแบบสวยๆมาใช้แล้วครับ ![]() ...มาดูเมนูการตั้งค่า ซะหน่อย บางคนสงสัยครับว่า blog ที่เขียน บทความต่างๆ ยาวลงมามาก ไม่รู้จะทำงัย มาที่ เมนูการตั้งค่า โพสต์และความคิดเห็น กำหนดได้เลยครับ จะให้บทความแสดงสูงสุดในหน้าแรกได้กี่บทความ ...อย่าลืมมาตั้ง ภาษาและการจัดรูปแบบด้วยนะครับ ...ตรงโซนเวลา สำคัญครับ เพราะเวลาเราโพสอะไรไป เวลาจะได้ตรงกับวันเวลาในประเทศไทยด้วย เวลามาดูบทความย้อนหลัง เราจะได้รู้ว่าเราเขียนบทความนี้ วันไหน เวลาไหนนะครับ นอกนั้นก็แล้วแต่ชอบครับ ลองตั้งดู ...สำหรับหัวข้ออื่นๆที่ไม่ได้อธิบาย ลองเข้าไปลองตั้ง ลองทำ เดี๋ยวก็ทำได้ครับ ...สำหรับการลบ blog จะอยู่ที่ การตั้งค่า > อื่นๆ ครับ (เผื่อทำแล้ว อยากลบ ...ซะงั้น) ![]() ...ชื่อ blog สามารถ เปลี่ยนแปลงได้ด้วยนะครับ มาที่ เมนู การตั้งค่า > พื้นฐาน![]() การเผยแพร่ ...มีประโยชน์กรณีที่เรา ไม่พอใจชื่อ blog ที่ใช้อยู่ ครับ เราก็สามารถแก้ไขเปลี่ยนชื่อได้ครับ หรือเราจะตั้งค่าชื่อ blog ของเรา ให้เปลี่ยนจาก ชื่อ.blogspot.com เป็น ชื่อที่เราจดโดเมนมา.com ก็ได้ โดยดูตามขั้นตอนนี้ครับ http://blog.makemoney-school.com/?p=312 1 user สามารถเขียน blog ได้ 100 blog (ข้อมูลนานแล้วนะครับ แต่ล่าสุดก็น่าจะยังใช่อยู่ ถ้าเรายังสามารถคลิก เปิด บล็อกใหม่ได้เรื่อยๆครับ) คลิกที่ บล็อกของฉันก็จะมีรายชื่อบล็อกต่างๆ ที่เราสร้างไว้ ...ถ้าเราจะสร้างเพิ่ม ก็คลิกที่ บล็อกใหม่ครับ user ของ blogger สามารถ สร้าง blog ได้ 100 blog ถ้าเราอยากสร้างมากกว่านั้น เราก็สมัคร blogger เพิ่มใหม่อีก User ครับ ... จบแล้วครับ ความรู้ในการเขียน blog และการวางแผนในการจัดรูปแบบ blog เพื่อความสวยงาม ...คัดลอกได้ครับ แต่ต้องอ้างอิงว่า เอาความรู้ มาจาก http://www.makemoney-school.com ด้วยครับ หรือจะอ้างอิงลิ้งค์มาเลยก็ได้ครับ http://www.makemoney-school.com/how_blogger_signup.html |






















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น